ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ธันวาคม 16, 2017, 07:22:38 AM

 
ข่าว: ++++ ตอนนี้เปิดเอกสารแนบต่างๆ ดูได้แม้ยังไม่ได้ Log in ก่อนก็ตามนะครับ ++++

  หน้าแรก  • ช่วยเหลือ  • ค้นหา  • เข้าสู่ระบบ  • สมัครสมาชิก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตะลึง!เอาระเบิดขึ้นเครื่องบิน ร่างพ.ร.บ.การเดินอากาศ ปรับแค่2หมื่น′กล้านรงค์′จี้  (อ่าน 1250 ครั้ง)
Mundi
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2417


« เมื่อ: กันยายน 18, 2014, 03:04:42 PM »

ตะลึง!เอาระเบิดขึ้นเครื่องบิน ร่างพ.ร.บ.การเดินอากาศ ปรับแค่2หมื่น′กล้านรงค์′จี้แก้ไข
มติชนออนไลน์ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 13:10:46 น.

เวลา 10.00 น.วันที่ 18 กันยายน ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. เป็นประธาน ยที่ประชุม มีมติ 153 เสียงรับหลักการร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ ในวาระที่1

พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อพิจารณาในรายละเอียด โดยมีสาระสำคัญ คือ การเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดในท่าอากาศยานและเครื่องบินและการเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้รักษาความปลอดภัยในอากาศยาน

นายกล้านรงค์จันทิก สมาชิกสนช. อภิปรายว่า ตนมีข้อสังเกตในมาตรา 12 เกี่ยวกับการทำอันตรายต่อบุคคลและเครื่องบินจากการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะหากกฎหมายเขียนไว้เช่นนี้เท่ากับว่าผู้ประกอบการสายการบินจะไม่สามารถบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่ฟน วิสกี้ เบียร์ ไวน์ ให้กับผู้โดยสารได้

ซึ่งปกติผู้ให้บริการจะจัดเครื่องดื่มดังกล่าวเอาไว้ให้กับผู้โดยสารที่เดินทางในเส้นทางการบินที่มีระยะทางไกลเช่นเดียวกับความผิดจากการกระทำที่เป็นการลามกอนาจาร เนื่องจากในกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ว่าการกระทำลักษณะใดและขนาดไหนถึงจะเข้าข่ายลามกอนาจาร เช่น การจับมือหรือถูกเนื้อต้องตัวเล็กน้อยจะถือเป็นความผิดหรือไม่

นอกจากนี้ ในมาตรา 8 เรื่องการห้ามนำสิ่งของต้องห้ามขึ้นเครื่องบินก็จะนำมาซึ่งปัญหาในทางปฏิบัติด้วย หากเกิดกรณีมีผู้แอบนำวัตถุระเบิดซึ่งเป็นวัตถุต้องห้ามนำขึ้นเครื่องบิน โดยที่ผู้นั้นไม่ได้นำระเบิดมาสร้างสถานการณ์ จะมีผลให้ถูกปรับแค่ 2 หมื่นบาทตามร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เท่านั้น ดังนั้นอยากให้มีแก้ไขเนื้อหาของกฎหมายให้เกิดความรอบคอบด้วย

ขณะที่พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ คือ การป้องกันและสร้างความปลอดภัยให้กับท่าอากาศยานและการเดินทางโดยอากาศยานให้กับผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมจะนำข้อเสนอของสนช.ในทุกประเด็นไปปรับแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป โดยเฉพาะเรื่องการเปิดโอกาสให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคดี
 
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2016, 01:35:08 AM »

13 พ.ย. 2558
กฎ กติกา ธุรกิจ : ไลออนแอร์กับระเบิด

คงเป็นเรื่องขำไม่ออกสำหรับหนุ่มวัย 23 ปี พนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่คึกคะนองไปแซวแอร์โฮสเตส หรือพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไลออนแอร์ เที่ยวบิน SL8536 จากท่าอากาศยานดอนเมือง ไปหาดใหญ่ ในทำนองว่า “เก็บกระเป๋าดีๆ นะ ระวังมีระเบิด” ในขณะที่แอร์โฮสเตสคนนั้นกำลังจะเก็บกระเป๋าผู้โดยสารเข้าช่องเก็บของบนเครื่องบิน งานนี้โดนข้อหาแจ้งข้อความหรือส่งข่าวสารซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ และการแจ้งนั้นเป็นเหตุหรือน่าจะเป็นเหตุให้ผู้อื่นที่อยู่ในท่าอากาศยานหรืออยู่ระหว่างการบินตื่นตกใจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558
สาเหตุเป็นเพราะหนุ่มคนนี้เพิ่งขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกและเห็นแอร์โฮสเตสสาวสวย จึงมีความคิดจะจีบแบบหนุ่มเจอสาวแรกพบ แต่หารู้ไม่ว่าแอร์โฮสเตสเดินไปบอกกัปตัน ทำให้ต้องเลื่อนการบินออกไปหลายชั่วโมงเพื่อตรวจหาวัตถุระเบิด แต่สุดท้ายไม่พบระเบิดตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีย่อยดอนเมือง ต้องทำการสอบสวนเป็นการด่วนและต่อมาก็ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวด้วยการประกันตัวเป็นเงิน 75,000 บาท นอกจากนี้สายการบินไลออนแอร์ได้ลงบันทึกประจำวันเพื่อเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง จากการที่เครื่องบินต้องล่าช้าออกไปทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากแก่สายการบิน หากมีการฟ้องร้องจริง ก็ไม่รู้ว่าหนุ่มคนนี้จะหาเงินมาชดใช้ได้หรือไม่ เพราะทำงานได้เงินเดือนเพียง 10,500 บาท กลับต้องจ่ายค่าเสียหายจากคำพูดที่ไม่คิดของตน
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 ที่มีผลใช้บังคับเมื่อต้นปีนี้ การกระทำความผิดของชายหนุ่มผู้นี้ถือเป็นผู้ต้องหาคนแรก นับจากที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ข้อกล่าวหาที่พนักงานสอบสวนแจ้ง มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากกระทำความผิดขณะเครื่องบินกำลังบินอยู่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จะเห็นได้ว่ากฎหมายออกมาเพื่อคุ้มครองการเดินทางด้วยเครื่องบินให้มีความปลอดภัยสูงสุด ป้องกันความเสี่ยงหากไม่ปลอดภัยจริง กัปตันก็จะไม่นำเครื่องบินขึ้นสู่น่านฟ้า
นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดอื่นๆ ที่ห้ามผู้โดยสารบนเครื่องบินกระทำการใดๆ เช่น ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเวลาที่ห้ามใช้หรือมีสิ่งของที่ประกาศห้ามนำขึ้นเครื่องบินไว้ในความครอบครอง มีทั้งโทษปรับและจำคุก คนที่ใช้บริการเครื่องบินคงได้ยิน คำประกาศของแอร์โฮสเตสเสมอ แต่หลายคนคงไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย
พระราชบัญญัติฉบับนี้ยังได้บัญญัติความผิดเกี่ยวการเดินอากาศในส่วนอื่นๆ ไว้อีกหลายประเภท ซึ่งเป็นความผิดทั่วๆ ไปเกี่ยวกับชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้โดยสาร หากมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ไว้ในหมวดการเดินอากาศและอากาศยาน เป็นความผิดเฉพาะ นอกจากที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาแล้ว
ย้อนกลับมาที่เรื่องของหนุ่มคนนี้ หากว่ากันตามประมวลกฎหมายอาญายังเป็นความผิดลหุโทษฐานทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายเฉพาะเพราะมีอัตราโทษหนักกว่า คงเป็นตัวอย่างให้คนที่นึกสนุกปากได้เป็นอย่างดี แม้ไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ต้องรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำให้ถูกที่ถูกเวลา ไม่เช่นนั้นย่อมนำความเดือดร้อนมายังตนเองและผู้อื่นโดยใช่เหตุ
บางครั้งกฎหมายออกมาใช้บังคับ แต่ประชาชนอาจไม่ทราบเมื่อมีการกระทำความผิดคนส่วนหนึ่งมักอ้างอยู่เสมอว่า ไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ทางสายการบินก็เช่นกัน เมื่อเกิดกรณีแบบนี้ ก็ควรทำความเข้าใจกับผู้โดยสารก่อนนำเครื่องออกบินสู่จุดหมายปลายทาง
- See more at: http://m.naewna.com/view/columntoday/21470#sthash.BoHSGTY2.dpuf
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2016, 01:36:44 AM »

'ไทยไลอ้อนแอร์'ฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหายปากพล่อย | เดลินิวส์

„'ไทยไลอ้อนแอร์'ฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหายปากพล่อย "ไทยไลอ้อนแอร์" ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย “หนุ่มปากพล่อย” แซวพกระเบิดบนเครื่องบิน มูลค่าหลายแสนบาท ผู้บริหารชี้เป็นคดีบทเรียน สร้างความเสียหายแก่สายการบิน วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2558 เวลา 16:36 น. เมื่อเวลา 12.00 น.

วันที่ 2 พ.ย.58 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุผู้โดยสารพูดว่าพกระเบิดขึ้นมาบนเครื่องบิน สายการบินไทยไลอ้อน แอร์ เที่ยวบินเอสแอล 8536 ที่เตรียมบินออกจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองปลายทางหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.58ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจย่อยดอนเมือง ได้เรียกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของเที่ยวบินดังกล่าว มาสอบสวนให้ปากคำเพิ่มเติม ขณะเดียวกันทางไทยไล้ออน ได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเพิ่มเติม แต่ไม่ฟ้องทางอาญา เนื่องจากการกระทำนี้ได้สร้างความเสียหายแก่สายการบินมูลค่าหลายแสนบาท ทั้งค่าที่จอดเครื่องบิน การบริการพนักงานต้องรับ เที่ยวบินล่าช้า เป็นต้น โดยค่าเสียหายนี้จะเป็นการฟ้องร้องเพิ่มเติม นอกเหนือจากโทษค่าปรับสูงสุด 2 แสนบาท ด้านนายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบว่าทางตำรวจได้ให้นายพิชิต บุญแดง อายุ 23 ปี ผู้โดยสารที่ขู่วางระเบิดประกันตัวไปแล้ว ส่วนทางฝ่ายสายการบินไลอ้อนแอร์กำลังให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อมูลความเสียหายเพื่อพิจารณาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับผู้ขู่วางระเบิด โดยยอมรับว่าการกระทำนี้ได้สร้างความเสียหายกับสายการบินอย่างมาก โดยทำให้เที่ยวบินดีเลย์ไปถึง 6 ชั่วโมงจนผู้โดยสารหลายร้อยคนได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถบินไปถึงที่หมายตามกำหนด นอกจากนี้ยังทำให้ภาพลักษณ์สายการบินเสียหาย และต้องเสียค่าใช้จ่ายในตรวจกระเป๋า เที่ยวบินดีเลย์ และการรักษามาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด “เข้าใจว่าผู้โดยสารอาจมีเจตนาแค่ต้องเป็นการแซวพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แต่ด้วยมาตรฐานของสายการบินที่ยึดถือความปลอดภัยเป็นหลักจะต้องมีการรายงานให้กัปตันรับทราบ รวมถึงตรวจสอบกระเป๋าเดินทางใหม่ทั้งหมด แต่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายแค่ไหนจะต้องรอดูฝ่ายกฎหมายพิจารณาก่อน แต่ก็ถือเป็นกรณีบทเรียน และคดีตัวอย่างที่ผู้โดยสารจะมาพูดล้อเล่นไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย และส่งผลเสียหายต่าง ๆ ตามมามากมาย” ส่วนความคืบหน้าจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)ที่เป็นต้นสังกัดทำงานของ นายพิชิต บุญแดงนั้น นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ร.ฟ.ท.จะมีการตั้งคณะทำงานสอบสวนความผิดทางวินัยแก่นายพิชิต เพราะการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายฐานทำให้ผู้ที่อยู่ในท่าอากาศยานหรือผู้ที่อยู่ในอากาศยานระหว่างบินตื่นตกใจ และยังทำภาพลักษณ์แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยเสียหายด้วย โดยนายพิชิตได้รับการบรรจุเป็นพนักงาน ร.ฟ.ท.เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ขณะที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างลาพักร้อนจนถึงวันที่ 3 พ.ย.ซึ่งหลังจากนายพิชิตกลับจากพักร้อนจะมีการสอบสวน โดยนำข้อมูลการแจ้งดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประกอบการสอบสวนด้วย.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/economic/358311
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!