ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ธันวาคม 16, 2017, 07:26:19 AM

 
ข่าว: ++++ ตอนนี้เปิดเอกสารแนบต่างๆ ดูได้แม้ยังไม่ได้ Log in ก่อนก็ตามนะครับ ++++

  หน้าแรก  • ช่วยเหลือ  • ค้นหา  • เข้าสู่ระบบ  • สมัครสมาชิก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ครม.อนุมัติการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญามอนทรีออล 1999 แล้ว  (อ่าน 3185 ครั้ง)
Sitdhinai
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2015, 05:27:53 PM »

ตามที่ได้นำเสนอเกี่ยวกับการประกาศใช้กฎหมายการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศไปก่อนหน้านี้นั้น  ด้วยคณะรัฐมนตรีในคราวประชุม เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558  ได้มีมติเห็นชอบให้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญามอนทรีออล 1999 ในวาระที่  3. เรื่อง การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเพื่อการรวบรวมกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศ และร่างพระราชบัญญัติการรับขนทางอากาศระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ ดังนี้
      1. เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเพื่อการรวบรวมกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศและให้นำอนุสัญญาดังกล่าวเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป
      2. อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการรับขนทางอากาศระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป
      3. อนุมัติให้ตั้งข้อสงวนในเรื่องขอบเขตการใช้บังคับอนุสัญญาฯ
      4. อนุมัติให้นำวิธีการอนุญาโตตุลาการมาใช้ในการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากอนุสัญญาฯ
      5. การให้ภาคยานุวัติให้กระทำได้เมื่ออนุสัญญาฯ ได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และร่างพระราชบัญญัติตามข้อ 2 ประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายแล้ว
      คค. เสนอว่า
      1. ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ เพื่อการรวบรวมกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศ ซึ่งเป็นอนุสัญญาที่กำหนดและรวบรวมกฎเกณฑ์ที่เป็นรูปแบบเดียวกันเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศซึ่งคนโดยสาร สัมภาระ และของ พร้อมทั้งกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ขนส่งที่มีต่อคนโดยสาร ผู้ตราส่ง และผู้รับตราส่ง และระหว่างผู้ขนส่งทางอากาศด้วยกัน โดยการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ จะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจต่อประเทศชาติในภาพรวม
      2. อนุสัญญาฯ มีหลักการสำคัญเกี่ยวกับเอกสารการรับขน หลักความรับผิด จำนวนจำกัดความรับผิด (Limits of Liability) และการยกเว้นความรับผิดชอบของผู้ขนส่งทางอากาศ การรับขนส่งร่วมกัน การรับขนทางอากาศที่ดำเนินการโดยบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ขนส่งตามสัญญา และการฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการรับขนทางอากาศ ซึ่งในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับคนโดยสาร ผู้ส่งของ/สินค้า และผู้ขนส่งสินค้าทางอากาศ
      สาระสำคัญของอนุสัญญาและร่างพระราชบัญญัติ
      1. อนุสัญญาฯ
           1.1 กำหนดให้อนุสัญญาฯ ใช้บังคับกับการรับขนระหว่างประเทศ ซึ่งคน สัมภาระหรือของ (Cargo) ที่ปฏิบัติการโดยใช้อากาศยานเพื่อสินจ้าง และยังใช้แก่การรับขนให้เปล่า
           1.2 กำหนดความรับผิดชอบของผู้ขนส่งและขอบเขตของการชดใช้ความเสียหายให้แก่คนโดยสารกรณีตายหรือบาดเจ็บ ความเสียหายเนื่องจากการขนส่งล่าช้า ตลอดจนความรับผิดชอบระหว่างผู้ขนส่งตามสัญญากับผู้ขนส่งตามความเป็นจริง
           1.3 กำหนดเงื่อนไขในการฟ้องเรียกค่าเสียหายในการรับขนคนโดยสาร สัมภาระและของ และเขตอำนาจศาลที่ให้โจทก์สามารถเลือกเสนอคำฟ้องต่อศาลภายในเขตอำนาจตามที่กำหนด
           1.4 กำหนดให้สิทธิในการฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นอันระงับสิ้นไปถ้าไม่มีการฟ้องคดีภายในระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่อากาศยานมาถึงปลายทาง หรือนับแต่วันที่อากาศยานนั้นควรจะได้ถึงแล้ว หรือนับแต่วันที่การรับขนได้หยุดลง แล้วแต่กรณี
           1.5 กำหนดให้คู่สัญญาในสัญญารับขนของอาจกำหนดว่าการระงับข้อพิพาทใด ๆ เกี่ยวกับความรับผิดของผู้ขนส่งภายใต้อนุสัญญานี้ ให้ระงับโดยอนุญาโตตุลาการ
      2. ร่างพระราชบัญญัติ
           2.1 กำหนดให้พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่การรับขนไปรษณีย์ การรับขนทางอากาศที่กระทำโดยหน่วยงานของรัฐ และการรับขนทางอากาศทางราชการทหาร
           2.2 กำหนดให้ในกรณีที่อากาศยานเกิดอุบัติเหตุอันเป็นผลให้คนโดยสารถึงแก่ความตายหรือได้รับบาดเจ็บ ให้ผู้ขนส่งจ่ายเงินล่วงหน้าแก่ผู้ซึ่งมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน รวมทั้งในกรณีมีการยกเลิกเที่ยวบินหรือเที่ยวบินล่าช้า ผู้ขนส่งต้องจ่ายค่าเสียหายตามจำนวน หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง การจ่ายค่าเสียหายดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการยอมรับผิดของผู้ขนส่ง แต่สามารถนำมาหักค่าเสียหายในภายหลังได้
           2.3 กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับมอบสัมภาระลงทะเบียน และการส่งมอบสิ่งของใน                      การรับขน
           2.4 กำหนดให้ในกรณีที่บุคคลผู้ต้องรับผิดถึงแก่ความตายการฟ้องคดีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ฟ้องผู้แทนตามกฎหมายของกองทรัพย์สินของผู้ตาย
           2.5 กำหนดให้วิธีคำนวณระยะเวลาการฟ้องคดีให้คำนวณตามกฎหมายของศาลที่พิจารณาคดีนั้น
           2.6 กำหนดหลักเกณฑ์ในการฟ้องคดีเรียกค่าเสียหาย และให้การฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายในการรับขนทางอากาศระหว่างประเทศที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาโจทก์มีสิทธิเลือกที่จะเสนอคำฟ้องในอาณาเขตของรัฐภาคีหนึ่งต่อศาลที่ผู้ขนส่งมีภูมิลำเนาศาลที่ผู้ขนส่งมีที่ตั้งที่สำนักงานแห่งใหญ่ มีสถานที่ที่ประกอบธุรกิจซึ่งได้มีการทำสัญญาขนส่งหรือศาล ณ ถิ่นปลายทาง

   
บันทึกการเข้า
Sitdhinai
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2015, 05:30:05 PM »

อนึ่ง หากประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญามอนทรีออล 1999 สมบูรณ์แล้ว จะทำให้ พระราชบัญญัติการรับขนทางอากาศระหว่างประเทศ พ.ศ. 2558 ซึ่งนำหลักเกณฑ์ตามอนุสัญญาฯ มาใช้ จะสามารถใช้บังคับได้อย่างเต็มรูปแบบ เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศ
บันทึกการเข้า
Sitdhinai
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2015, 05:40:06 PM »

รายละเอียด โปรดดูใน http://www.thaigov.go.th/th/media-centre-government-house/news-summary-cabinet-meeting.html
บันทึกการเข้า
Mundi
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2417


« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 12:03:05 PM »

 

*  (251.5 KB - ดาวน์โหลด 170 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Mundi
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2417


« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2015, 12:38:49 PM »

ร่าง พรบ รับขน ฉบับ 2 เพื่อเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา

*  (94.5 KB - ดาวน์โหลด 155 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 26, 2016, 03:05:30 AM »

ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง นร   วันที่มีมติ 24/02/2558   
เรื่อง การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเพื่อการรวบรวมกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศ (สรุปผลการประชุมคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ)   
ต้องการเอกสารเพิ่มเติมกรุณาติดต่อศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร สำนั

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบสรุปผลการประชุมคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วันจันทร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ซึ่งมอบให้กระทรวงคมนาคมปรับแก้ไขคำแปลภาษาไทยของอนุสัญญาฯ ให้มีความสมบูรณ์ และส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!