ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ธันวาคม 16, 2017, 07:23:38 AM

 
ข่าว: ++++ ตอนนี้เปิดเอกสารแนบต่างๆ ดูได้แม้ยังไม่ได้ Log in ก่อนก็ตามนะครับ ++++

  หน้าแรก  • ช่วยเหลือ  • ค้นหา  • เข้าสู่ระบบ  • สมัครสมาชิก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มติ ครม ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอวกาศประจำปี 2558  (อ่าน 4573 ครั้ง)
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« เมื่อ: เมษายน 16, 2015, 06:51:18 PM »

1. รายละเอียดเกี่ยวกับความต้องการและแนวทางการใช้ประโยชน์ภาพถ่ายแผนที่จากการสำรวจระยะไกลทางอากาศและดาวเทียม (วท) 20/1/58
2. มติคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ (ทก) 03/03/58
3. การดำเนินการหลังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีการดำเนินงานให้เป็นไปตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ทก) 17/03/58
4. Road Map การบูรณาการการใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายแผนที่จากการสำรวจระยะไกลทางอากาศและดาวเทียม (วท) 27/03/58
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 16, 2015, 06:52:15 PM »

มติคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ 03/03/58

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบมติคณะกรรมการนโบยายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ และครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๘ ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ สรุปได้ ดังนี้
               ๑. ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ ที่ประชุมได้พิจารณายุทธศาสตร์ เป้าหมาย แผนงาน และกิจกรรมภายใต้แนวทางการพัฒนากิจการอวกาศของประเทศไทย โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่
                   ๑.๑ ดาวเทียมสื่อสาร ที่ประชุมได้พิจารณากรณีการประสานงานความถี่ข่ายสื่อสารดาวเทียมในระดับหน่วยงานอำนวยการ (Administration) และเห็นชอบในหลักการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในฐานะผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอำนวยการของไทยให้ความเห็นชอบต่อรายงานการประชุมประสานงานความถี่ฯ ซึ่งเป็นการประชุมหารือเชิงเทคนิคและเป็นไปตามกฎข้อบังคับวิทยุคมนาคมแห่งสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ
                   ๑.๒ ดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการพัฒนาและดำเนินโครงการลดความยากจนและเหลื่อมล้ำทางภูมิเศรษฐกิจโดยการรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (เดิมคือ โครงการระบบสำรวจโลกด้วยดาวเทียมของประเทศ ระยะที่ ๒) ใน ๒ ทางเลือกคือ (๑) ลักษณะกิจการร่วมค้า (Joint Venture หรือ PPP) โดยรัฐร่วมลงทุนกับบริษัทเอกชนของต่างประเทศ และ (๒) ลักษณะรัฐลงทุนเอง ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือกทางเลือกที่ ๒ คือ รัฐลงทุนเอง และมอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ไปศึกษาแนวทางการดำเนินงานและแผนปฏิบัติการที่จะพัฒนาดาวเทียมของไทยเอง โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ความคุ้มค่าที่จะได้รับ รวมทั้งความเหมาะสมเปรียบเทียบกับหลายประเทศเพื่อนำเสนอคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติพิจารณาก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
                   ๑.๓ ดาวเทียมเพื่อความมั่นคง ที่ประชุมให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาในรายละเอียดเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้งานด้านความมั่นคงเพื่อรองรับภัยคุกคามและสงครามในรูปแบบใหม่ ซึ่งพัฒนาไปสู่พื้นที่ปฏิบัติการ ๕ มิติ ประกอบด้วย มิติทางบก มิติทางทะเล มิติทางอากาศ มิติด้านไซเบอร์ และมิติด้านอวกาศ และนำเสนอต่อที่ประชุมในโอกาสต่อไป
               ๒. ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศของประเทศไทย โดยมีประเด็นสำคัญ คือ แนวทางการพัฒนากิจการอวกาศของประเทศไทยดังกล่าวมีลักษณะค่อนข้างกว้าง เห็นควรให้มีการทบทวนปรับปรุงเพิ่มเติม และให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศของประเทศไทยขึ้นคณะหนึ่ง มีหน้าที่ปรับปรุงแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศของประเทศไทยให้ทันสมัย รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะการดำเนินโครงการลดความยากจนและเหลื่อมล้ำทางภูมิเศรษฐกิจโดยการรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (THEOS-2) ในคราวเดียวกัน
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 16, 2015, 06:53:11 PM »

รายละเอียดเกี่ยวกับความต้องการและแนวทางการใช้ประโยชน์ภาพถ่ายแผนที่จากการสำรวจระยะไกลทางอากาศและดาวเทียม

คณะรัฐมนตรีมีมติ
               ๑. เห็นชอบแนวทางการใช้ประโยชน์ภาพถ่ายแผนที่จากการสำรวจระยะไกลจากทางอากาศและดาวเทียม และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ และให้กระทรวงการคลัง (กรมธนารักษ์) เป็นหน่วยงานร่วมดำเนินการด้วย โดยข้อเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์ภาพถ่ายแผนที่ฯ มีดังนี้
                   ๑.๑ ให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายดาวเทียมทุกประเภท เช่น กรมแผนที่ทหาร กองทัพอากาศ กรมที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เป็นต้น ร่วมกันหารือถึงปัญหาอุปสรรคที่ยังไม่สามารถให้บริการภาพถ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งแนวทางการจัดทำระบบเพื่อให้สามารถสืบค้นและให้บริการภาพในคลังข้อมูลของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
                   ๑.๒ ให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลภูมิสารสนเทศพิจารณาเปิดให้หน่วยงานเข้าถึงและใช้งานข้อมูลของหน่วยงาน โดยในปี ๒๕๕๘ ให้เริ่มจากการบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานใน ๒ ประเด็น เพื่อเป็นการนำร่อง คือ (๑) การจัดการไฟป่าและหมอกควัน และ (๒) การจัดการที่ดินในเขตป่าไม้ โดยให้หน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันกำหนดแนวปฏิบัติในการนำภูมิสารสนเทศจากภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายดาวเทียมไปใช้งานร่วมกัน โดยให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนข้อมูลและการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรของหน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
                   ๑.๓ ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาแนวทางการปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
                   ๑.๔ ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาและเสนอแนะนวัตกรรม รวมทั้งแนวทางการพัฒนาและการลงทุนในระบบสำรวจและประยุกต์ใช้งานภูมิสารสนเทศของประเทศ ที่บูรณาการการถ่ายภาพทางอากาศ การถ่ายภาพด้วยดาวเทียมสำรวจโลก การใช้งานระบบดาวเทียมนำทางและเทคโนโลยีการประยุกต์ใช้งานภูมิสารสนเทศจากการสำรวจระยะไกลในภารกิจต่าง ๆ และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
               ๒. ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เป็นต้น บูรณาการการดำเนินงานร่วมกัน โดยให้มีแผนงาน (Road Map) ที่ชัดเจนและปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ได้ข้อมูลภาพถ่ายแผนที่ที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทั้งจากการสำรวจระยะไกลทางอากาศ ดาวเทียม และจากภาคพื้นดิน และใช้ประโยชน์ร่วมกันต่อไปได้ สำหรับการปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ นั้น มอบให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการดำเนินการ
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2015, 06:06:42 PM »

มติ วันที่ 17/03/2558
การดำเนินการหลังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีการดำเนินงานให้เป็นไปตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการดำเนินการหลังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ คดีระหว่างอัยการสูงสุดกับพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร พร้อมคณะ เรื่อง ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน กรณีการละเว้น อนุมัติ ส่งเสริม สนับสนุน กิจการดาวเทียมตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ สรุปได้ ดังนี้
               ๑. กรณีการจัดสร้างและจัดส่งดาวเทียมไทยคม ๖ ตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการตามข้อกำหนดของสัญญากิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ข้อ ๑๕ การโอนกรรมสิทธิ์ การส่งมอบและรับมอบ โดยได้มีการลงนามในหนังสือโอนกรรมสิทธิ์และหนังสือมอบการครอบครองดาวเทียมไทยคม ๖ และอุปกรณ์สถานีควบคุมดาวเทียม เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญาฯ เรียบร้อยแล้ว
               ๒. กรณีเงินค่าสินไหมทดแทนจากการที่ดาวเทียมไทยคม ๓ เกิดความเสียหาย จำนวน ๖,๗๖๕,๒๙๙ ดอลลาร์สหรัฐ ได้มีข้อยุติตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดว่า กรณีนี้เป็นการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาคดีในบริบทของกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นคนละกรณีกับการพิจารณาเพื่อตีความสิทธิหน้าที่และผลของสัญญาที่จำต้องใช้หลักการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายปกครองมาพิจารณาควบคู่กันไป อีกทั้งคำพิพากษาดังกล่าวก็มิได้กำหนดให้มีการเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนแต่ประการใด ประกอบกับการกระทำของบริษัทไทยคมฯ ได้จัดหาโดยการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมระหว่างที่มีการซ่อมแซมดาวเทียมที่ชำรุดหรือในระหว่างการจัดหาดาวเทียมดวงใหม่ทดแทน ถือเป็นการที่บริษัทไทยคมฯ กระทำไปเพื่อประโยชน์ในการให้บริการลูกค้าเป็นสำคัญซึ่งเป็นการดำเนินงานที่สมประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของคู่สัญญา จึงเห็นว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย คือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และบริษัท ไทยคมฯ ได้ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาในประเด็นดังกล่าวแล้ว จึงไม่มีเรื่องที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะต้องดำเนินการเรียกเงินคืนหรือหักกลบลบหนี้หรือเรียกดอกเบี้ยระหว่างกันแต่อย่างใดอีกต่อไป
               ๓. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดแนวทางดำเนินงานตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ คณะกรรมการตามมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางดำเนินงานกรณีการแก้ไขสัญญาฯ ครั้งที่ ๕ และกรณีดาวเทียมไทยคม ๔ (IPSTAR) ผลการพิจารณาเป็นประการใด กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะได้ดำเนินการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2015, 06:08:30 PM »

มติ วันที่ 27/03/2558
เรื่อง Road Map การบูรณาการการใช้ประโยชน์ภาพถ่ายแผนที่จากการสำรวจระยะไกลทางอากาศและดาวเทียม

คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
               ๑. รับทราบตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายงานความคืบหน้าในการจัดทำ Road Map การบูรณาการการใช้ประโยชน์ภาพถ่ายแผนที่จากการสำรวจระยะไกลทางอากาศและดาวเทียม โดยเห็นควรมอบหมายให้คณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาตินำ Road Map ดังกล่าวไปจัดทำแผนปฏิบัติการที่ประกอบไปด้วยโครงการ กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินงาน งบประมาณ และหน่วยงานที่รับผิดชอบตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ ข้อ ๑๑ และให้สำนักงบประมาณพิจารณาความเหมาะสมและจัดเตรียมงบประมาณสำหรับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว
               ๒. ให้สำนักงานคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติรายงานความก้าวหน้าเกี่ยวกับการจัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการด้านระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศของประเทศให้คณะรัฐมนตรีทราบต่อไป โดยในการจัดทำแผนดังกล่าวให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๘ (เรื่อง การเสนอเรื่องประเภทนโยบาย แผนงาน โครงการต่อคณะรัฐมนตรี) โดยเคร่งครัด
               ๓. ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับความเห็นของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เห็นควรให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เช่น แปลงที่ดินตามกรรมสิทธิ์ แปลงเกษตร ข้อมูลอาคาร ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เป็นต้น รวมทั้งเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศระหว่างหน่วยงาน ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2015, 06:09:32 PM »

มติวันที่ 07/05/2558

มติคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2558

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบมติคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ ดังนี้
               ๑. ที่ประชุมได้รับทราบในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศของประเทศไทย ผลการประชุมกลุ่มเตรียมการครั้งที่ ๔ สำหรับการประชุมใหญ่ระดับโลกว่าด้วยวิทยุคมนาคม ค.ศ. ๒๐๑๕ (APG 15-4) ขององค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียแปซิฟิก (APT) และความคืบหน้าการดำเนินการของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
               ๒. ที่ประชุมได้พิจารณาในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่
                   ๒.๑ เห็นชอบหลักเกณฑ์การอนุญาตการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างประเทศ และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการดำเนินการประสานสำนักกฎหมายในการนำเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และมอบหมายให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นหน่วยงานดำเนินการและกำกับดูแลภายใต้หลักเกณฑ์ดังกล่าวต่อไป
                   ๒.๒ มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการรับข้อสังเกตจากที่ประชุมเกี่ยวกับการกำหนดสิทธิ์ในการใช้วงโคจรดาวเทียมของประเทศและหลักเกณฑ์การจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการให้สิทธิ์การใช้วงโคจรดาวเทียมของประเทศ และวิเคราะห์หาข้อมูลการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อเปรียบเทียบและนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องต่อไป
                   ๒.๓ เห็นชอบให้ รศ.ดร.สุเจตน์ จันทรังษ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกิจการอวกาศ และอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการต่างประเทศ
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2015, 06:10:39 PM »

มติ วันที่ 19/05/58
เรื่อง โครงการระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา (THEOS-2)

คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
               ๑. เห็นชอบในหลักการการดำเนินโครงการระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา (THEOS-2) เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการให้บริการภาพถ่ายและข้อมูลภูมิสารสนเทศต่าง ๆ แก่ผู้ใช้งาน โดยมีองค์ประกอบของโครงการฯ ๕ ส่วน ได้แก่ (๑) การจัดดาวเทียมสำรวจและการปรับปรุงระบบสถานีรับสัญญาณและผลิตภาพถ่ายจากดาวเทียมของประเทศ (๒) การพัฒนาระบบผลิตและบริการภูมิสารสนเทศจากภาพถ่ายดาวเทียม (๓) การพัฒนาระบบประยุกต์ใช้ประโยชน์ภูมิสารสนเทศจากภาพถ่ายดาวเทียมของหน่วยปฏิบัติตามภารกิจต่าง ๆ (๔) การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการใช้งานภูมิสารสนเทศ และ (๕) การพัฒนาขีดความสามารถของประเทศด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและบริการด้านอวกาศและภูมิสารสนเทศจากการสำรวจจากระยะไกล มีระยะเวลาดำเนินการ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๓) วงเงินโดยรวมประมาณ ๗,๘๐๐ ล้านบาท
               ๒. รับทราบมติคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘ ที่มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเจรจา เพื่อทำหน้าที่ศึกษาในรายละเอียดและดำเนินการเจรจากับประเทศที่คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติให้ความเห็นชอบ ในประเด็นทางเทคนิคของเทคโนโลยีดาวเทียม การพัฒนาระบบประยุกต์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศ และให้คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณากรอบและแนวทางการเจรจา วิธีการจัดหาดาวเทียม ระยะเวลา ประโยชน์ที่จะได้รับ รวมถึงหน่วยงานที่จะเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินโครงการระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา (THEOS-2) ทั้งนี้ ก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนการลงทุนโครงการจะต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง
               ๓. ให้คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติรับความเห็นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยที่เห็นว่า ดาวเทียมเป็นระบบหนึ่งที่ประกอบไปด้วยระบบย่อยหลากหลายระบบและมีข้อจำกัดพิเศษที่แตกต่างจากระบบอื่น ๆ คือเมื่อส่งขึ้นสู่วงโคจรไปแล้วจะไม่สามารถนำกลับมาซ่อมแซมหรือแก้ไขใหม่ได้อีก (nonrepairable system) ดังนั้น ในการพัฒนาดาวเทียมระบบนั้นจะต้องเป็นระบบที่ robust และ zero-defect มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อระบบทุกระบบทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ แนวทางการพัฒนาพื้นฐานความรู้ในการออกแบบและสร้างดาวเทียม ควรมีแผนการพัฒนาสร้างขนาดดาวเทียมโดยเริ่มจากขนาดเล็ก ตั้งแต่ระดับ 1kg 10kg จนถึง 100kg ส่งเข้าสู่วงโคจรจริงและต้องทำการออกแบบและพัฒนาสร้างด้วยตัวเองภายในประเทศ ๑๐๐% ไปพิจารณาดำเนินการด้วย
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 26, 2016, 02:53:28 AM »

วันที่มีมติ 06/10/2558   
เรื่อง มติคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2558 และครั้งที่ 4/2558   

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบมติคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘ และครั้ง ๔/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ ดังนี้
               ๑. การประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๘
                   ๑.๑ รับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๐๕/๒๕๕๘ เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ จำนวน ๒ ท่าน ประกอบด้วย นายสุเจตน์ จันทรังษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกิจการอวกาศ และอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการต่างประเทศ
                   ๑.๒ รับทราบความคืบหน้าของการพัฒนาความร่วมมือด้านกิจการอวกาศภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน ครั้งที่ ๓
                   ๑.๓ เห็นชอบในหลักการโครงการลดความยากจนและเหลื่อมล้ำทางภูมิเศรษฐกิจโดยการรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (THEOS-2) โดยให้ปรับเปลี่ยนชื่อเป็น “โครงการระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา” ระยะเวลาดำเนินการ ๕ ปี ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๓
               ๒. การประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ ๔/๒๕๕๘
                   ๒.๑ รับทราบการรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรี ใน ๒ กรณี คือ กรณีค่าสินไหมทดแทนของดาวเทียมไทยคม ๓ และกรณีโครงการดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา (THEOS-2)
                   ๒.๒ รับทราบการนำหลักเกณฑ์การอนุญาตการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติประกาศในราชกิจจานุเบกษา
                   ๒.๓ รับทราบการลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดาวเทียมสำรวจโลกระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ CRESDA โดยมีองค์ประกอบของความร่วมมือในข้อตกลง ๓ เรื่อง ได้แก่ ข้อเสนอโครงการปรับปรุงสมรรถนะของสถานีรับสัญญาณดาวเทียมจุฬาภรณ์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และโครงการวิจัยร่วม
                   ๒.๔ รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินการจัดทำโปรแกรมอวกาศแห่งชาติ (National Space Program) ที่ประกอบด้วยกรอบแนวคิดและเป้าหมายของโปรแกรมอวกาศแห่งชาติ และองค์ประกอบของโปรแกรมฯ ๔ ด้าน (ระบบดาวเทียมสื่อสารของประเทศ ระบบดาวเทียมสำรวจโลก การพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ การวิจัยและการสำรวจห้วงอวกาศ)
                   ๒.๕ เห็นชอบกรอบและแนวทางการเจรจาโครงการระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา (THEOS-2)
                   ๒.๖ เห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนากฎหมายอวกาศ
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 26, 2016, 02:55:05 AM »

วันที่มีมติ 08/09/2558   
เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....   

คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
               ๑. อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) รวมถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา
               ๒. ให้รับความเห็นของคณะรัฐมนตรีที่เห็นควรตัดวัตถุประสงค์ในร่างมาตรา ๕ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘ (๓) เกี่ยวกับการเข้าร่วมทุนโดยมีวงเงินรวมทั้งสิ้นไม่เกินห้าร้อยล้านบาทต่อโครงการตามวิธีการดำเนินการที่คณะรัฐมนตรีกำหนดออก และตัดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในการจัดสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่นนอกเหนือจากสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่สำนักงานจัดให้ตามปกติ ตามร่างมาตรา ๗ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙ (๓) (จ) ออก เพื่อให้การใช้ทุนและทรัพย์สินเป็นไปตามหลักการของการจัดตั้งองค์การมหาชนที่ต้องใช้เพื่อประโยชน์ของรัฐเท่านั้น และความเห็นของสำนักงบประมาณ สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นควรกำหนดขอบเขต เงื่อนไขและวิธีการของนิติบุคคลที่จะจัดตั้งให้ชัดเจน รวมทั้งควรแก้ไขวัตถุประสงค์ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ในเรื่องของการตรวจสอบมาตรฐานกลางซึ่งจะต้องสอดคล้องกับภารกิจที่มีอยู่ นอกจากนี้ อำนาจหน้าที่ในการพัฒนาและสร้างดาวเทียมขึ้นเองได้ นั้น ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นการพัฒนาและสร้างระบบดาวเทียมสำรวจอวกาศและภูมิสารสนเทศ จึงอาจทับซ้อนกับดาวเทียมสื่อสารที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรับผิดชอบ ควรกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้เชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการเข้าร่วมทุนโดยมีวงเงินรวมทั้งสิ้นไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาทต่อโครงการตามวิธีการดำเนินการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เห็นควรให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นแก่ เจ้าหน้าที่ และลูกจ้าง ควรให้ดำเนินการบนพื้นฐานความเหมาะสมและประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้
บันทึกการเข้า
LaLiN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 349


« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 26, 2016, 03:09:27 AM »


ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง ทก   วันที่มีมติ 14/07/2558   
เรื่อง การดำเนินการหลังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีการดำเนินงานให้เป็นไปตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ 

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการดำเนินการหลังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีการดำเนินงานให้เป็นไปตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ สรุปได้ ดังนี้
               ๑. กรณีการจัดสร้างและจัดส่งดาวเทียมไทยคม ๖ ตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ได้ให้บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) จัดให้มีดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม ๓ ตามข้อกำหนดของสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ และให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรับดาวเทียมไทยคม ๖ ไว้ตามข้อกำหนดของสัญญาฯ ข้อ ๑๕ การโอนกรรมสิทธิ์การส่งมอบและรับมอบทรัพย์สิน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ลงนามในหนังสือรับมอบและโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว
               ๒. กรณีอนุมัติให้ใช้เงินค่าสินไหมทดแทนของดาวเทียมไทยคม ๓ ที่ได้รับความเสียหาย จำนวน ๖,๗๖๕,๒๙๙ ดอลลาร์สหรัฐ สำนักงานอัยการสูงสุดเห็นว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายคือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาแล้ว จึงไม่มีเรื่องที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะต้องดำเนินการเรียกเงินคืนหักกลบลบหนี้หรือเรียกดอกเบี้ยระหว่างกันแต่อย่างใด ดังนั้น ในชั้นนี้จึงเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นอันยุติตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!