ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สิงหาคม 20, 2014, 09:24:52 pm

 
ข่าว: ++++ ตอนนี้เปิดเอกสารแนบต่างๆ ดูได้แม้ยังไม่ได้ Log in ก่อนก็ตามนะครับ ++++

  หน้าแรก  • ช่วยเหลือ  • ค้นหา  • เข้าสู่ระบบ  • สมัครสมาชิก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: UAV เครื่องบินไร้คนขับ  (อ่าน 1071 ครั้ง)
aelly@Ram09
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21


« เมื่อ: กันยายน 15, 2009, 08:55:32 am »

                                                                                              UAV เครื่องบินไร้คนขับ...

                                                                                            "เครื่องบินไร้คนขับ" ดับไฟใต้
                         นับเป็นเวลากว่า 7 เดือนกับภารกิจการสนับสนุนภาพถ่ายใน การควานหาตัวกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ "เครื่องบินตรวจการณ์ขนาดเล็ก ควบคุมระยะไกลโดยไม่ใช้นักบิน" (Unmanned Aerial Vehicles) หรือยูเอวี แต่การปฏิบัติภารกิจของเครื่องบินดังกล่าวก็ดูเหมือน ว่าจะยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง ซึ่งทำให้ภารกิจดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่คว ร

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงรายหนึ่ง กล่าวว่า ปัจจุบันกองทัพบกมียูเอวีจำนวน 4 ลำ ทั้งหมดประจำการอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อปฏิบัติภารกิจพิสูจน์ทราบ ค้นหาเป้าหมาย และลาดตระเวนภูมิประเทศ ร่วมกับหน่วยภาคพื้นดินในปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มก่อ ความไม่สงบ

ขอบข่ายของภารกิจ ได้แก่ สนับสนุนภาพถ่ายทางอากาศให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเพ ื่อเข้าปิดล้อมผู้ก่อความไม่สงบ รวมถึงสอดแนมเส้นทางเข้า-ออกที่กลุ่มก่อความไม่สงบหลบหนีหลังเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังมีภารกิจในการดูแลเส้นทางขบวนรถไฟสายใต้ทั้งขาเข้ าและขาออก

เครื่องบินยูเอวี ถือเป็นยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดที่ใช้ดับไฟใต้ และเคยตรวจจับความเคลื่อนไหว ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งหลังก่อเหตุหลบหนีเข้าไปแฝงตัวอยู่ในบ้านเรือนปร ะชาชน โดยเครื่องบินประเภทนี้ จะสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหว และบันทึกภาพได้เป็นระยะ เช่น เหตุการณ์สลายม็อบตากใบ หากนำภาพถ่ายจากเครื่องบินไปตรวจสอบก็จะรู้ได้เลยว่า ใครผิดใครถูก ไม่ต้องมาสอบสวนกันวุ่นวายจนทุกวันนี้

ข้อดีอีกประการ คือ เครื่องบินรุ่นนี้มีระบบป้องกันการแทรกแซงสัญญาณ เพราะมีการออกแบบมาเป็นอย่างดี กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจึงไม่สามารถใช้คลื่นรบกวนในระ หว่างปฏิบัติงานได้

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญในการปฏิบัติงาน คือ เรื่องความสามารถในการติดต่อสื่อสาร เพราะในพื้นที่บางพื้นที่ไม่มีคลื่นโทรศัพท์ จึงไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับหน่วยภาคพื้นดินได้

ทั้งนี้ เนื่องจากภารกิจของเครื่องบินยูเอวี จะต้องทำงานควบคู่กับงานด้านการข่าว ดังนั้น การปฏิบัติภารกิจในปัจจุบันจึงยังไม่สมบูรณ์ เพราะยังแยกตัวบุคคล และเป้าหมายของกลุ่มก่อความไม่สงบไม่ได้

แหล่งข่าวด้านความมั่นคง บอกด้วยว่า รัฐบาลต้องการใช้เครื่องบินยูเอวี ปฏิบัติภารกิจตลอด 24 ชั่วโมง โดยบินอยู่บนน่านฟ้า 1 ลำ เพื่อล็อกเป้าหมายของกลุ่มก่อความไม่สงบ

แต่ความต้องการดังกล่าวไม่สามารถสนองตอบได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องชั่วโมงการบิน หากบินสะเปะสะปะ ไม่มีจุดหมายก็จะทำให้เครื่องบินมีอายุการใช้งานสั้น ลง เพราะมีข้อจำกัดเรื่องชั่วโมงบิน

โดยหากบินครบ 25-120 ชั่วโมงก็จะต้องเข้าซ่อมโดยใช้เวลาเป็นเดือน แต่หากชั่วโมงบินถึง 150 ชั่วโมง ก็จะต้องส่งกลับไปซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ ณ ประเทศที่เราซื้อมา โดยจะใช้เวลายาวนานถึง 6 เดือนเต็ม ซึ่งทำให้เสียเวลาและเสียงบประมาณเป็นจำนวนมาก

สำหรับที่มาของเครื่องบินรุ่นนี้ กองทัพบกได้ดำเนินการ จัดหาเมื่อปี 2534 จำนวน 1 ระบบ (4 ลำ) รุ่น SEARCHER จากบริษัท IAI MALAT DIVISION ประเทศอิสราเอล ด้วยวิธีรัฐบาลต่อรัฐบาลในวงเงิน 11,500,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมาประจำการที่กองพลปืนใหญ่ จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2541

ผลงานที่สร้างชื่อ คือ การจับภาพโรงงานยาเสพติดที่เมืองยอน ประเทศพม่า เมื่อปี 2546 !

ส่วนอุปกรณ์ไฮเทคที่ติดตั้งในตัวเครื่อง ได้แก่ อุปกรณ์ถ่ายภาพ กล้องโทรทัศน์เวลากลางวัน กล้องตรวจการณ์กลางคืน (อินฟราเรด) กล้องถ่ายภาพนิ่ง ซึ่งสามารถขยายภาพได้ 35 เท่า และเครื่องบันทึกภาพวิดีทัศน์บนอากาศ ในส่วนตัวเครื่องทำด้วยวัสดุผสมไฟเบอร์กลาส สามารถบินได้ระยะไกลถึง 200 กิโลเมตร ในเวลา 11 ชั่วโมงติดต่อกัน และสามารถไต่เพดานบินได้สูงถึง 15,000 ฟิต

การส่งสัญญาณทุกขั้นตอนจะมีการ "เข้ารหัส" เพื่อป้องกันการดักฟัง ทั้งยังติดตั้งเครื่องช่วยเดินอากาศ ทำให้หน่วยที่ควบคุมการจราจรทางอากาศทราบตำแหน่งและค วามสูงของเครื่องบิน

สำหรับอุปกรณ์ควบคุมภาคพื้นดิน ได้แก่ สถานีควบคุมภาคพื้นดิน สถานีซ่อมต่อการสื่อสารข้อมูล สถานีควบคุมแบบเคลื่อนที่ได้ สถานีสื่อสารข้อมูลในการขึ้น-ลง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 คน ดังนี้

-นักบินภายนอก (ควบคุมเครื่องบินในการวิ่งขึ้นและร่อนลง)

-นักบินภายใน (ควบคุมเครื่องบินต่อจากนักบินภายนอกในขณะปฏิบัติภาร กิจค้นหา)

-เจ้าหน้าที่กล้อง (ควบคุมอุปกรณ์ถ่ายภาพบนเครื่องบิน โดยประสานงานกับนักบินภายใน)

-ช่างซ่อมอิเล็กทรอนิกส์ (ทดสอบระบบเครื่องบินด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น อุปกรณ์สื่อสาร)

-ช่างซ่อมแมคคานิคส์ (ทดสอบระบบเครื่องเครื่องยนต์ให้พร้อมก่อนทำการขึ้นบ ิน)

นอกจากนี้ หากการติดต่อสื่อสารขาดตอน เครื่องบินจะสามารถบินกลับจุดที่กำหนดโดยอัตโนมัติ โดยจะไต่ขึ้นเพดานบินสูงสุดแล้วบินไปยังจุดที่กำหนด และโปรแกรมข้อมูลให้บินด้วยเพดานบินเดิม โดยใช้ระบบการควบคุมขึ้น-ลงบนรันเวย์ที่มีความยาว 600 เมตรขึ้นไป พร้อมสลิงและขอเกี่ยวในการร่อนลง ซึ่งสามารถกระทำได้โดยผ่านสถานีควบคุมภาคพื้นดิน

แหล่งข่าวรายนี้ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียสามารถผลิตเครื่อง ประเภทนี้ออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้แล้ว ส่วนกองทัพไทยอยู่ระหว่างการวิจัย ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ผลิตจำนวน 10 ลำ เพื่อใช้งานในภาคใต้และในราชการกรมป่าไม้ โดยจะมีราคาเพียงเครื่องละ 3.5 ล้านบาท

แม้จะเป็นเครื่องบินไร้คนขับ แต่ในการขึ้นลงของเครื่อง นักบินจะต้องใช้ความสามารถในการคอนโทรลเครื่องสูง และกว่าจะมีความชำนาญก็ต้องใช้เวลาฝึกบินเป็นปี นักบินประเภทนี้จะต้องไปฝึกบินที่ประเทศอิสราเอล บางครั้งกองทัพก็มีการฝึกกันเองบ้าง และอีกส่วนหนึ่งก็ได้รับการฝึกจากกองทัพสิงคโปร์

“นักบินประเภทนี้เราไม่ค่อยมี เพราะส่วนใหญ่ต้องการขับเครื่องบินจริงๆ มากกว่า ดังนั้น จึงขาดแคลนบุคลากรในส่วนนี้อีกจำนวนมาก” แหล่งข่าว กล่าวถึงอุปสรรคที่สำคัญอีกข้อของเครื่องบินรุ่นนี้




http://www.komchadluek.net/column/scoop/2005/07/11.php
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!